คริสตจักรนิมิตใหม่

การทรงช่วยของพระเจ้า

คุณดารณี ประดับชนานุรัตน์

"ชีวิตที่ล้มลุกคลุกคลาน หัดเดินเตาะแตะ จนกระทั่งก้าวเดินได้ด้วยสองเท้าที่มั่นคง" นับเป็นชื่อบทความที่ยาวที่สุด ตั้งแต่เขียนบทความมา เพราะมันช่วยบรรยายสภาพชีวิต การแต่งงานของข้าพเจ้าได้ดีที่สุด ถ้าข้าพเจ้าไม่รู้จักพระเจ้า และไม่ได้มอบชีวิตให้พระองค์ทรงนำ และถ้าอาจารย์ธงชัยไม่ได้รู้จักพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวกัน โอกาสที่เราสองคนจะครองคู่ให้ไปตลอดรอดฝั่งนั้นยากมาก

ข้าพเจ้ามาจากครอบครัวฐานะปานกลาง มีชีวิตที่สุขสบายพอสมควร ทุกคนในครอบครัวก็รักใคร่เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นลูกคนสุดท้อง ชีวิตความเป็นอยู่โดยทั่วไป จึงเป็นเหมือนคุณหนูน้อย อาหารก็ไม่เคยทำเอง เสื้อผ้าก็ไม่เคยต้องซักรีด พี่ๆ ก็ค่อนข้างตามใจ

เมื่อตัดสินใจแต่งงานกับอาจารย์ธงชัย หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย 2 ปี นับเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่แบบ เสื่อผืนหมอนใบ จริงๆ เพราะอาจารย์ธงชัย มาจากครอบครัวที่ลำบาก จำได้ว่ามีแค่ฟูกปูที่พื้นห้อง และหมอนหนุน กับตู้เสื้อผ้าอีกหนึ่งใบเท่านั้น เราอาศัยอยู่ในบ้านเช่าราคา 800 บาท

จากชีวิตแบบน้องๆ คุณหนู มาเป็นแม่บ้านไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เรื่องที่ยากสาหัสสากรรจ์ที่สุด คือ การปรับตัวใช้ชีวิตอยู่กับอาจารย์ธงชัย ซึ่งมีบุคลิกนิสัยแตกต่างกันไปคนละทิศ พูดจริงๆ ว่าถ้าพระเจ้าไม่ทรงช่วยแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่เราสองคนจะครองชีวิตคู่รอดมาได้

จำได้ว่า 6 ปีแรก ข้าพเจ้าทุกข์ทรมานมากกับชีวิตครอบครัว แต่ทุกครั้งที่มีปัญหากันเราก็คืนดีกันได้ เมื่อเราสองคนยอมก้มศีรษะอธิษฐานขอพระเจ้าเป็นผู้แก้ไขปัญหาทีเกิดขึ้น และแม้ว่าตอนนั้นข้าพเจ้าจะทุกข์ทรมานมาก และไม่พอใจในชีวิตครอบครัว แต่ข้าพเจ้าก็ยังอธิษฐานขอพระเจ้าในสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปได้ยาก ข้าพเจ้าทูลขอพระเจ้าว่า "ขอพระเจ้าช่วยให้ครอบครัวเรา สามารถเป็นพระพรต่อคนอื่น ขอให้ข้าพเจ้ากับอาจารย์ธงชัยจะรักกัน และมีชีวิตครอบครัวที่เป็นแบบอย่าง เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า"

ถ้าใครรู้จักข้าพเจ้ากับอาจารย์ธงชัย ตั้งแต่สมัยที่เรารักกันใหม่ๆ จนกระทั่งเราแต่งงานกัน และใช้ชีวิตด้วยกันในระยะหลายปีแรก จะรู้ว่าเราทะเลาะกัน วันละ 3 เวลา และเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเสมอ ข้าพเจ้าเบื่อหน่ายกับการทะเลาะมากจนอยากอาเจียน ปัญหาที่ทำให้เราทะเลาะกันมีมากมาย นับตั้งแต่นิสัยใจคอ ภูมิหลังของครอบครัว และการทำงานรับใช้

แต่ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่า ทุกๆ ปีของชีวิตแต่งงานที่ผ่านไป พระเจ้าทรงยื่นมือเข้าช่วยเหลือครอบครัวเราเสมอ และทรงตอบคำอธิษฐานที่ขอไว้ ทรงทำให้เราสองคนรักกัน และเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อข้าพเจ้าหันกลับไปมองครอบครัวในสมัยแต่งงานใหม่ๆ เปรียบเทียบกับสมัยปัจจุบัน ข้าพเจ้าแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง ว่าพระเจ้าจะทรงเมตตา และทรงกระทำการอัศจรรย์ในครอบครัวของเราได้ถึงเพียงนี้ อาจารย์ธงชัยเปลี่ยนไปมาก จากคนที่แข็งกระด้าง ดื้อรั้นอย่างร้ายกาจ เผด็จการ ไม่แคร์ครอบครัว กลายเป็นคนที่โรแมนติคได้อย่างไม่น่าเชื่อ และแสดงความรักห่วงใยต่อภรรยา และลูกสาวสองคน อย่างที่ไม่เคยเป็นเลยในสมัยก่อนๆ

สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัวล้วนเป็น พระคุณความรักของพระเจ้า ดั้งนั้นแม้ว่าในบางช่วงเวลา ข้าพเจ้าอาจเจอปัญหาที่ทำให้ท้อใจไปบ้าง แต่ข้าพเจ้าก็ขอบคุณพระเจ้าเสมอ สำหรับสิ่งวิเศษสุดที่ข้าพเจ้ามีอยู่ คือ ”ครอบครัวภายใต้ร่มพระคุณพระเจ้า”

Helping

Daranee Pradubchananuruth

"From a rough life to a stable step" This is the longest story, I have ever written as it can best describe my marriage, if I had not known God and let him lead my life, and Ajarn Thongchai had not known Jesus, our marriage would not have been as happy as it is today.

I came from a middle class family the members of which have a very close relationship, my childhood life was almost like a young princess in my family as I was the youngest daughter, I hardly did anything myself.

However, when I decided to marry Ajarn Thongchai about 2 years after finishing my degree, it was a really tough time in our life because he comes from a poor family, all we had at that time was only a mattress and a closet, we lived in a cheap rental house 800 bahts.

For me, to be a house wife was difficult but that was as hard as to adapt to my husband, he was far more different from me, thus if God had not helped us, it would have been impossible for us to maintain our marriage.

I can remember that the first 6 years of our marriage was really a pain in my neck, nevertheless, every time we had arguments, we coped when we bowed and prayed to let our God help us, even when I was suffering and unsatisfied with my marriage, I still prayed for the impossible, many time I asked God to bless our family and let Ajarn Thongchai and I love each other.

Anyone knowing Ajarn Thongchai and I when our love began till we got married and stayed together for the first couple of years, would know that we always argued three times a day. I was really sick and tired of our arguments. We argued about many things from our background and what we did to serve God, because of our different personalities.

Nevertheless, year by year, God always took care of our family and responded to what we prayed. He let us love each other more. When I compare what we used to be and now, I can hardly believe what has happened and how much God extends his loving kindness and his compassion to our family. Ajarn Thongchai has totally changed from a stubborn dictator to an incredibly romantic person who cares for his wife and 2 daughters more than he has ever done in the past.

What happens to our family is from the favor of God, thus, in spite of the fact that I may have obstacles, I always thank God for the wonderful thing he gives to me, which is “Family under His covering”.

Copyright (C) 2012 in NVBC / Design by Tri-meg / Developed by Cutiesheep